การประเมินมูลค่าหุ้น-มีหลายวิธีแล้วจะใช้วิธีไหนดีหละ


การประเมินมูลค่าหุ้น-มีหลายวิธีแล้วจะใช้วิธีไหนดีหละ

การหามูลค่าหุ้นที่แท้จริง เป็นวิธีหนึ่งที่ที่ใช้ในการพิจารณาตัดสินใจเลือกลงทุน ซึ่งในการประเมินหามูลค่าหุ้นมีหลายวิธี เราจำเป็นต้องเลือกใช้ให้ถูก เพื่อให้ได้มูลค่าหุ้นที่ถูกต้อง แล้วคุณหละเป็นคนหนึ่งที่สับสนกับการหามูลค่าหุ้นหรือไม่ ว่า แต่ละวิธีเหมาะสมกับการหามูลค่าหุ้นลักษณะใด

มาดูกันก่อนครับ วิธีประเมินมูลค่าหุ้นมีอะไรบ้าง และเหมาะสำหรับกับการประเมินมูลค่าหุ้นลักษณะใดบ้าง

วิธีการประเมินมูลค่าหุ้นแบบคิดลด (Discounting Model)

เป็นการประเมินมูลค่าหุ้นโดยการประมาณการณ์กระแสเงินสดอนาคต แล้วคิดลดมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน ซึ่งกระแสเงินสดที่นำมาคิดมี 2 แบบ คือ

  • การคิดลดโดยใช้เงินปันผล (DDM) การประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีนี้ เหมาะสำหรับหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยการคำนวณนั้น นำเงินปันผลที่ประมาณการณ์ว่าจะได้รับในอนาคตมาคิดลดเป็นมูลค่าปัจจุบัน
  • การคิดลดโดยใช้กระแสเงินสด (DCF) การประเมินมูลค่าหุ้นวิธีนี้ เป็นการประมาณการณ์กระแสเงินสดที่ได้รับในอนาคต แล้วคิดลดเป็นมูลค่าปัจจุบัน เหมาะสำหรับการประเมินมูลค่าหุ้นของบริษัทที่มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ดังนั้น ธุรกิจที่มีรายได้ไม่แน่นอน ไม่ควรประเมินมูลค่าด้วยวิธีนี้ เช่น หุ้นวัฏจักร ซึ่งผลประกอบการของบริษัท จะขึ้นอยู่กับรอบวัฏจักรของธุรกิจ เป็นต้น วิธีการประเมินมูลค่าหุ้นแบบ DCF นี้เหมาะสำหรับธุรกิจประเภทสาธารณูปโภค ศูนย์การค้า อาคารสำนักงานให้เช่า โรงพยาบาล และสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น

วิธีการประเมินมูลค่าหุ้นแบบสัมพัทธ์ (Relative Model)

เป็นการประเมินมูลค่าหุ้นโดยใช้ราคาหุ้น เปรียบเทียบกับตัวแปรทางการเงิน เช่น

  • P/E ค่าตัวแปรนี้อาจนำไปเทียบกับค่ากับบริษัทที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน หรือกลุ่ม
    อุตสาหกรรมเดียวกันก็ได้ โดยถ้าราคาหุ้นที่เราสนใจที่ค่า P/E ต่ำกว่า ก็ถือว่ามีราคาถูกกว่า โดยทั่วไปมีเกณฑ์ในการตัดสินใจคือ ถ้า P/E < 10 เท่า เป็นค่าที่น่าสนใจในการลงทุน แต่ไม่ได้ความหมายว่า P/E ที่มีค่าสูง ๆ จะไม่น่าสนใจ เพียงแต่ว่าหุ้นที่มีค่า P/E สูง แสดงว่า มีราคาแพงไปแล้ว ซึ่งถ้าอนาคตบริษัทยังสามารถดำเนินธุรกิจได้กำไรอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาวก็จะทำให้ค่า P/E นี้ลดลงได้ โดยสมมติฐานว่าราคาเท่าเดิม วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีนี้ เหมาะสำหรับธุรกิจประเภทก่อสร้าง และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
  • P/BV คือ ราคาตลาดต่อมูลค่าทางบัญชี มูลค่าทางบัญชี ในความหมายก็คือ มูลค่าของกิจการ โดยนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในการบริหารงานของกิจการ ซึ่งจะทำให้มูลค่าทางบัญชีมีมูลค่าสูงขึ้นในอนาคต โดยมีเกณฑ์การตัดสินใจ คือ ถ้า P/BV < 1 เป็นค่าที่น่าสนใจในการลงทุน แต่ทั้งนี้ก็ไม่เสมอไปว่า P/BV < 1 จะเป็นบริษัทที่มีผลประการดี บางครั้งก็พบว่าเป็นบริษัทที่ประสบผลขาดทุนก็ได้ ประเภทของธุรกิจที่เหมาะสำหรับประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีนี้ คือธุรกิจสถาบันการเงิน และประกันภัย ประกันชีวิต เป็นต้น

จากการศึกษาวิธีการหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นแต่ละตัวข้างต้น ทำให้เราสามารถนำวิธีการประเมินหามูลค่าหุ้น ไปใช้กับลักษณะของหุ้นแต่ละตัว ได้อย่างถูกต้อง นักลงทุนลองศึกษา หาข้อมูลการประเมินมูลค่าหุ้นได้ จากบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ซึ่งจะบอกวิธีการประเมินมูลค่าหุ้นไว้ในบทวิเคราะห์นั้น ๆ ว่าใช้วิธีการใดประเมิน

Facebook Comments

Post Author: admin

วัตถุประสงค์ของเว็บ moneyallocate.com เพื่่อเป็นไดอารี่ไว้ทบทวนความรู้ และ แบ่งปันให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจในเรื่องการลงทุน การเงิน หุ้น และการประกันภัย โดยเน้นด้านการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก