การกำหนดทิศทางขององค์กรด้วยการจัดทำแผนธุรกิจ


การกำหนดทิศทางขององค์กรด้วยการจัดทำแผนธุรกิจ

การจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำแผนธุรกิจ โดย ณ ที่นี้จะบรรยายถึงการจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์เป็นหลัก เนื่องจากการจัดทำแผนธุรกิจเนื้อหาหลักส่วนใหญ่อยู่ในส่วนของการจัดทำแผน เชิงกลยุทธ์ และท้ายสุดจะสรุปโครงสร้างและรูปแบบการเขียนแผนธุรกิจ การจัดทำแผนธุรกิจเป็นการจัดทำในรูปเอกสารเพื่อกำหนดทิศทางขององค์กรจะเดิน ไปในทิศทางไหน มีเป้าหมายอย่างไร มีแผนการปฏิบัติอย่างไรให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ และมีการติดตามผลเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าองค์กรยังสามารถก้าวไปสู่ฝันที่ วางไว้ได้ หรือถ้าผลลัพธ์ออกมาไม่ดี ก็จะได้ปรับเปลี่ยนแผนการปฏิบัติ นอกจากนี้เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในองค์กรให้สามารถยืนอยู่ในธุรกิจได้ยาว นานแสนยาว

ก่อนอื่นจะขอสรุปภาพรวมของการจัดทำแผนธุรกิจ ก่อนว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้าง จากนั้นจะลงในรายละเอียดแต่ละหัวข้อต่อไป

การจัดทำแผนธุรกิจ แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน

  1. การวางแผน (Planning)
  2. การนำแผนไปปฎิบัติ (Implementation)
  3. การควบคุมและประเมินผล (Monitoring and Evaluation)

ขั้นตอนแรก การวางแผน (Planning)  มีหัวข้อที่เราจะต้องพิจารณาดังนี้

–   กำหนดวิสัยทัศน์  ภารกิจ   เป้าหมาย  วัตถุประสงค์  และปัจจัยแห่งความสำเร็จ

–   ตรวจสอบและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกภายใน  ( SWOT  Analysis)

–   สภาพแวดล้อมทางการแข่งขันทางธุรกิจ (Five forces model)

–   การจัดทำกลยุทธ์  โดยคัดเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อนำไปปฏิบัติต่อไป

วิสัยทัศน์

ภาพรวมขององค์กรที่จะบรรลุตามที่คาดหวังไว้

พันธกิจ

คือภารกิจที่องค์กรตั้งใจจะทำเพื่อไปให้ถึงวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้

พันธกิจที่ดี ต้องบอกได้ว่า องค์กรคือใคร ทำอะไร เพื่อใคร และทำอย่างไร มุ่งหน้าไปทางใด และต้องบอกขอบเขตของการดำเนินการขององค์กรด้วย

เป้าหมาย

การเปลี่ยนพันธกิจขององค์กรออกมาในรูปของผลลัพธ์ที่ต้องการ มีการเจาะจงทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งต้องเชื่อมโยงและสอดคล้องกันเพื่อให้เกิดการมุ่งมั่นไปสู่วิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กรที่วางไว้

วัตถุประสงค์

เป้าหมายในระยะสั้นที่มีลักษณะเจาะจง วัดได้ มักอยู่ในรูปของปริมาณที่ระบุชัดเจน กำหนดเวลาแน่นอน ซึ่งอาจเขียนรวมกับเป้าหมายก็ได้

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ  ( Key  Success  Factors  :  KSF )

ปัจจัยที่มีผล  ต่อความสำเร็จขององค์กรและทำให้องค์กรได้เปรียบคู่แข่งขัน

การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกองค์กร เป็นการวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมภายนอกที่เปลี่ยนไป โดยใช้หลัก PESTDI

P = Political  การเมือง กฎหมาย  ภาษีอากร เสถียรภาพของรัฐบาล การส่งเสริมการลงทุน

E = Economic  สภาพเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย ปริมาณเงิน อัตราเงินเฟ้อ อัตาการว่างงาน การควบคุมค่าจ้างแรงงาน/เงินเดือน ต้นทุนด้านพลังงาน

S = Social , Culture สังคม วัฒนธรรม Lifestyle ของคนในสังคมที่เปลี่ยนไป ความคาดหวังต่ออาชีพการงานของคนในสังคม

T = Technology เทคโนโลยี ปริมาณการใช้เงินของรัฐต่อการวิจัยและพัฒนา ปริมาณการใช้เงินทุนของอุตสาหกรรมต่อการวิจัยและพัฒนา การให้ความสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้ การปกป้องสิทธิบัตร การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่นำออกมาใช้นอกห้องทดลอง การปรับปรุงระบบเพิ่มผลผลิต

D = Demographic ประชากรศาสตร์

I  =  International ต่างประเทศ

จากการปัจจัยภายนอกองค์กรตามกล่าวข้างต้น มาวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมภายนอก ในเรื่องต่อไปนี้ คือ

1.วิเคราะห์ความต้องการของตลาด วิเคราะห์ความต้องการผู้บริโภคเป็นที่ต้องการของตลาดมากน้อยเพียงใด

2.วิเคราะห์ชุมชน ชุมชนใกล้เคียงมีความสนใจ อะไร หรือประชาชนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพใด เป็นต้น

3.วิเคราะห์คู่แข่ง ตรวจสอบว่าคู่แข่งของเราคือใคร มีความสามารถมากน้อยเพียงใด เมื่อเปรียบเทียบกับเราแล้วใครมีลูกค้ามากกว่ากัน เขาใช้กลยุทธ์ใดในการดึงดูดลูกค้าอย่างไร

4.วิเคราะห์รัฐบาล สนับสนุนส่งเสริม ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนอะไรบ้าง พรบ.ของธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีผลต่อองค์กรอย่างไร

6.วิเคราะห์กลุ่มสนใจ มีองค์กรใดบ้าง ที่มีแนวโน้มจะมาเป็นลูกค้าของเราได้

วันนี้ขอจบตอนแค่นี้ก่อน แล้วฉบับหน้ามาต่อกันใหม่นะครับ
เรื่อง การวิเคราะห์อุตสาหกรรม และสภาพแวดล้อมภายในองค์กร

Facebook Comments

Post Author: admin

วัตถุประสงค์ของเว็บ moneyallocate.com เพื่่อเป็นไดอารี่ไว้ทบทวนความรู้ และ แบ่งปันให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจในเรื่องการลงทุน การเงิน หุ้น และการประกันภัย โดยเน้นด้านการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก