สุดยอดคัมภีร์-การกำหนดกลยุทธ์องค์กร


สุดยอดคัมภีร์-การกำหนดกลยุทธ์องค์กร

นี่เป็นบทความต่อในเรื่อง การจัดทำแผนธุรกิจ บทความก่อนหน้าติดตามได้ที่

การกำหนดทิสทางขององค์กรด้วยการจัดทำแผนธุรกิจ

การวิเคราะห์อุตสาหกรรรมและสภาพแวดล้อมภายใน

ในการกำหนดกลยุทธ์องค์กร เราจำเป็นต้องพิจารณาให้ครบทุกกิจกรรม

ขององค์กร ที่ส่งผลต่อทิศทางในการขับเคลื่อนไปสู่วัตถุประสงค์

ขององค์กร โดยใช้ผ่านเครื่องมือในการกำหนดกลยุทธ์ ดังต่อไปนี้

–  กลยุทธ์แผนการตลาด   Marketing

–  กลยุทธ์แผนการผลิต  Manufacturing

–  กลยุทธ์แผนกการวิจัยและพัฒนา  Research   and   development  ( R&D)

–  กลยุทธ์แผนกทรัพยากรมนุษย์  Human   Recourses


กลยุทธ์ที่นิยมใช้ในการดำเนินงาน

  1. กลยุทธ์ต้นทุน (Cost Strategy) เช่น การลดค่าใช้จ่ายในการผลิต หรือ การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น
  2. กลยุทธ์ความแตกต่าง (Differentiate Strategy) เช่น การสร้างความแตกต่างผลิตภัณฑ์หรือบริการ
  3. กลยุทธ์มุ่งเฉพาะกลุ่ม (Niche or Focus Strategy ) เช่น การเพิ่มปริมาณลูกค้าโดยเน้นกลุ่มลูกค้าเฉพาะ

4.กลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบในการการแข่งขันในมิติด้านนวัตกรรม

4.1 มีการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) ที่ดี เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เช่น การสร้างสิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่ การวิจัยการผลิตน้ำมันจากพืชชนิดอื่นๆ

4.2 พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Development : NPD) ที่มีโอกาสความ

เป็นไปได้ เพื่อพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

4.3 มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้

4.4 มีกระบวนการพาณิชยกรรม (Commercialization) ที่ดี

การพัฒนาตลาด (Marketing Technology product) ก่อนที่จะมีการพัฒนาในขั้นนี้

1 องค์กรควรตอบคำถามเหล่านี้ก่อน ดังนี้

– เราควรทำอะไร? R&D ด้านใดที่ควรทำ?

– เรื่องใดที่ควรพัฒนา?

– ควรใช้เทคโนโลยีใดในการพัฒนา?

2 ควรมีการติดต่อสื่อสาร (Communication) ภายในและภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ

3 สร้างความสัมพันธ์ระหว่างครู ผู้เรียน ชุมชน และสถานประกอบการ

4.การวางแผนด้านทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Right) ซึ่งมีประเด็นสำคัญ คือ สิทธิบัตร


แบ่งตามประเภทของกลยุทธ์

  1. Corporate Strategy

1.1      Direction Strategy  กำหนดทิศทางของกลยุทธ์

–   Growth  กลยุทธ์เน้นการเติบโต มี 2 แบบ

Concentration เน้นผลิตภัณฑ์เดิม มี 2 แบบ

Vertical Growth  เติบโตในแนวดิ่ง แบ่งเป็น

Forward Integration ควบคุม/ครอบครอง/ทำเองทั้งหมด จากผู้ผลิต ไปเป็นผู้จำหน่าย

Backward Integration ร่วมหุ้น ร่วมทุน  จากผู้ผลิต ไปเป็นผู้จัดส่งวัตถุดิบ

Horizontal Growth  เติบโตในแนวราบ

ขยายพื้นที่จำหน่าย หรือ ขยายสายผลิตภัณฑ์

 Diversification เน้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิม (Concentric) หรือไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิมเลย (Conglomerate)

–  Stability

จะหยุดการดำเนินการชั่วขณะและดำเนินการต่อด้วยความระมัดระวัง/ไม่เปลี่ยนแปลง/รักษาผลประโยชน์และเก็บเกี่ยวกำไร (Pause and Proceed with Caution / No change / Profit)

–  Retrenchment

ปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยการลดการลงทุน (Turnaround)

เสียสละบางส่วน  (Captive Company) เพื่อความมั่นคง เช่น ลดพนักงานลง เป็นต้น

ขายกิจการ (Sell out)

ล้มละลาย/เลิกกิจการ (Bankruptcy / Liquidation)

1.2      Portfolio Strategy

เป็นการกำหนดตำแหน่งของตนเองเพื่อบริหารความเสี่ยงของกิจการ โดยใช้

BCG  Matrix แสดงถึงอัตราความเจริญเติบโตในอุตสาหกรรมที่องค์กรทำการแข่งขันอยู่และส่วนครองตลาด

GB Business Screen แสดงถึงความน่าดึงดูดใจ จุดแข็งและสถานการณ์แข่งขันทางธุรกิจ

1.3      Parenting Strategy

กำหนดกลยุทธการประสานงานต่าง ๆ โดยใช้ Examine Critical Success Factor (CSF)

Analyze Parents Fit ด้วย Parent’s Fit Matrix

–    มีโอกาสปรับปรุง (Heart Land Business)

–    มีโอกาสบางอย่าง (Edge of Heart Land Business)

–    สอดคล้องกับบริษัทแม่ แต่บริษัทแม่ไม่มีโอกาสช่วย (Ballast Business)

–  บริษัทแม่มีโอกาสช่วยน้อยมาก (Allen Territory Business)

–     บริษัทแม่ช่วยได้แต่ขาดความเข้าใจที่ดี (Value Trap Business)

  1. Business Strategy

2.1  Competitive Strategy  จะเน้นเป็นผู้นำด้านต้นทุนต่ำกว่า (Lower Cost) หรือเน้นผู้นำความแตกต่าง (Differentiation)  ซึ่งมีขอบเขตอยู่ 2 แบบ (Competitive Scope) คือ

Broad และ Narrow

Broad   

–   Cost Leadership

–   Differentiation

Narrow

–   Cost focus

–   Differentiation focus

–   Quick Response

2.2      Co-Operation Strategy  เน้นการเป็นพันธมิตร (Alliance) หรือเน้นแบบฮั้ว (Collusion)

นำทรัพยากรมาใช้ร่วมกัน (Mutual Service Consortta) ได้แก่

–  รวมกิจการ (Joint Venture)

–   ให้สิทธิกับบริษัทอื่นในประเทศอื่น (Licensing Arrangement)

–   เชื่อมความสัมพันธ์ในเชิงสัมพันธ์การค้า (Value – chain Partnership)

  1. Functional Strategy 

    กำหนดตามหน้าที่การทำงานของแต่ละแผนกดังนี้

Marketing   พัฒนาผลิตภัณฑ์  พัฒนาการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการขาย

Finance     การก่อหนี้ (Leverage by out)

               Tracking Stock    การเข้าตลาด

R&D         จะเป็นผู้นำตลาดหรือจะเป็นผู้ตามตลาด

Operation       การขยายตัวในแนวดิ่ง  หรือขยายตัวในแนวราบ

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ผลิตกับผู้จัดส่ง

Purchasing      นโยบายจัดซื้อจะซื้อหลายแหล่ง แหล่งเดียว หรือแหล่งคู่

Logistics          Centralization / Outsourcing / Use of the Internet

HRM                การสรรหา คัดเลือก ฝึกอบรม การจ่ายค่าตอบแทน

MIS                  ใช้เทคโนโลยีระบบข้อมูลข่าวสารให้ธุรกิจได้เปรียบคู่แข่ง

บทความหน้าจะกล่าวถึง การนำกลยุทธ์ที่กำหนดนำไปปฏิบัติ คอยติดตามกันต่อนะครับ เรื่องนี้ผมเขียนหลายตอน ยังไงก็ค่อย ๆ อ่านนะครับ ส่วนใหญ่ไม่ได้ลงรายละเอียดมากนะ เพราะจุดประสงค์ก็เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นโครงสร้างของการจัดทำแผนธุรกิจเป็นหลักครับ

Facebook Comments

Post Author: admin

วัตถุประสงค์ของเว็บ moneyallocate.com เพื่่อเป็นไดอารี่ไว้ทบทวนความรู้ และ แบ่งปันให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจในเรื่องการลงทุน การเงิน หุ้น และการประกันภัย โดยเน้นด้านการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก